| Dj-Boy955's profiledjboy955PhotosBlogLists | Help |
|
April 02 ป้ายนี้มีชีวิต กับพรมลิขิตที่บัดซบป้ายนี้มีชีวิต กับพรมลิขิตที่บัดซบ (ตอนที่ 1) หากย้อนกลับไปเมื่อสามปีที่แล้ว ใครเคยขับรถผ่านหรือบังเอิญผ่านไปแถวเดอะ มอลล์ ปางกะปิ หน้าตลาดแฮปปี้แลนแถวนั้น ตอนประมาณสักตีสามกว่าๆถึงตีห้า แล้วเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เนื้อตัวมอมแมมด้วยกลิ่นเหงี่อบวกกับกลิ่นอายของฝุ่นควัน หน้าตาอ่อนหล้าเพราะอดหลับอดนอน ถือกระเป๋าหนึ่งใบที่ข้างในมีกระดาษแผ่นเล็กๆ มีไว้เพื่อจดสายรถเมล์ที่จะวิ่งผ่านถนนเส้นนั้นและสามมารถพาตัวเองกลับที่พักได้ มือนึงก็ต้องคอยตบยุงที่มันชุมเหลือเกิน อีกมือนึงก็ต้องคอยดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่จะมีรถเมล์สักคันวิ่งผ่าน ความหวังเพียงแค่ได้พาร่างที่อ่อนล้าและหมดแรงได้กลับไปยังที่ซุกหัวนอน ที่มีแค่หมอนหนึ่งใบ กับฟูกเก่าๆ หากคุณเคยพบเห็นผู้ชายดังที่ได้กล่าวข้างต้น ผมจะบอกคุณว่านั้นแหละคือตัวผม ดีเจบอย ประมาณปีกว่าที่ผมไม่ได้ขับรถไปแถวตะวันนา หรือเดอะ มอลล์ ปางกะปิ วันนี้ผมมีธุระจึงบังเอิญต้องไปแถวนั้นพอดี ในขณะที่ผมติดไฟแดง ณ บริเวณที่ตรงนั้นภาพวันเก่าๆ เหมือนจะลอยเข้ามาในความทรงจำของผม คุณรู้ไหมครับว่า ย้อนกลับไปเมี่อสามปีที่แล้วมีผู้ชายคนนึงเดินทางเข้า กรุงเทพมหานคร โดยที่ยังไม่รู้เลยว่ากรุงเทพคืออะไร ถนนเส้นนี้ต้องนั่งรถเมล์สายไหน รถไฟฟ้าเขาขึ้นกันยังไง แท็กซี่สีเขียวเหลือง กับแท็กซี่สีแดงฟ้ามันใช้บริการได้เหมือนกันไหม แล้วคนกรุงเทพเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เขาไม่รู้เลย รู้แต่เพียงหนึ่งคำที่ก้องอยู่ในหัวตลอดว่าเรามาที่นี้เพื่อตามหาความฝันของตัวเอง เพราะฉนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำคือเดินไปข้างหน้า ปรับตัว และอดทนเท่านั่นเอง หากคุณยังไม่เคยรู้เดี่ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนที่ผมตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพ หลังจากที่ได้รับการตอบรับจากเวอร์จิ้น ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเข้ามาพักที่ไหน ญาติพี่น้องก็ไม่มีสักคน ในชีวิตก็เคยเข้าเมืองหลวงกับเค้าแค่สองครั้งอันนี้จำได้แม่น เลยนึกได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งที่เคยรุ้จักกันมาก่อน อันที่จริงก็ไม่ได้สนิทอะไรกับเขาหรอกนะ แต่มันเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วนี้นา ไหนๆโอกาสก็มาแล้วหากคิดจะเดินหน้า ก็เอาสักตั้งแล้วกัน ผมหาเบอร์และโทรหาเพื่อนคนนั้นทันที โชคยังดีที่โทรติดและยังไม่เปลี่ยนเบอร์ ผมแจ้งความจำนงทุกอย่างว่าช่วยหาที่พักให้หน่อย คำตอบคือโอเคไม่มีปัญหาแต่ว่าต้องโอนเงินมาก่อนล่วงหน้าเป็นค่ามัดจำก่อนนะ หกพันบาท ได้เลยผมโอนให้ตอนนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ คุณรู้ไหมครับว่าผมทำงานมาทั้งปีกับการที่ใช้ชีวิตอยู่ที่พัทยาเมืองที่ค่าครองชีพสูงมากแต่เงินเดือนน้อยเหลือเกิน บวกลบกลบหนี้แล้วผมมีเหลือเงินทั้งหมดหนึ่งหมื่นบาทถ้วน หากผมต้องจ่ายค่ามัดจำหกพันบาทนั่นหมายถึงผมจะมีเงินติดตัวแค่สี่พันบาทเท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างไรผมก็มั่นใจได้อย่างหนี่งว่าผมมีที่ซุกหัวนอนแน่ๆ หากมาถึงเมืองกรุง ผมจัดแจงเก็บเสื้อใส่กระเป๋าแล้วซื้อตั๋วรถทัวร์สาย พัทยา –กรุงเทพ ราคา หนึ่งร้อยแปดสิบบาท นัดแนะกับเพื่อนเรียบร้อยว่าให้มาลงที่หมอชิตแล้วเพื่อนจะมารับ จำได้ว่ายังตื่นเต้นไม่หายตอนรถทัวร์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากเมืองพัทยา ผมพูดในใจว่า ลาก่อนพัทยาเมืองที่เคยใช้ชีวิตที่นี้มาหนึ่งปีเต็มๆ ชีวิตข้างหน้าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่รู้เลย ผมมาถึงหมอชิตตอนบ่ายสามพร้อมๆกับความตื่นเต้นปนความประม่า นึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่าถ้าเพื่อนไม่มารับแล้วเราจะไปอยู่ไหนนี้ แล้วทำไมผู้คนที่นี้ถึงได้มากมาย สับสนวุ่นวายเหลือเกิน เพื่อนผมโทรมาบอกให้มารอที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิตบอกอยู่ใกล้ๆหมอชิตนั่นแหละ อยากจะบอกมันว่าแค่หมอชิตยังไปไม่ถูกแล้วสถานีที่ว่าจะไปถูกไหมนี้ คิดในใจเอาหน่า เกรงใจเพื่อนเดี่ยวถามคนแถวนี้เอาล่ะกัน จะนั่งรถก็กลัวไม่ถูกสายถ้าหลงจะไปกันใหญ่แถมเงินในกระเป๋าก็ต้องใช้อย่างประหยัด สิ่งที่ผมต้องทำคือเดินถามคนมาตลอดทางว่าสถานีรถไฟหมอชิตอยู่ไหน ตอนแรกนึกว่าใกล้ๆ ไปๆ มาๆ เดินเอาเหงื่อท่วมเหมือนกัน รอเพื่อนสักครึ่งชั่วโมงเพื่อนก็มาจริงๆ ค่อยยังชั่วผมถอนหายใจยาว คำถามแรกที่ผมได้ยินจากเพื่อนคือ “ เอ้ยย บอย ทำไมแกแต่งตัวได้บ้านนอกแบบนี้ว่ะ” ผมอึ้งไปเชี่อขณะ พูดไม่ออกไม่มีคำตอบใดๆ ส่วนคำถามแรกที่ผมถามเพื่อนคือ “ จองห้องไว้ที่ไหนอ่ะ เหนี่อยมากๆ ขอกลับไปอาบน้ำหน่อยได้ป่ะ” คำตอบที่ผมได้ยินก็คือ “พอดีห้องมันเต็มต้องรอเดือนหน้าแต่มันจำไว้แล้ว ตอนนี้ไปพักกับเราก่อน” ผมไม่มีทางเลือกว่าไงก็ว่ากัน สรุปคือผมต้องมาพักกับเพื่อนคนนี้ที่ซอยนวลจัทร์ เป็นห้องเล็กๆแค่แมวดิ้นตาย เตียงนอนได้คนเดียว ด้วยความเกรงใจผมขออาสานอนพื้น โชคดีที่เพื่อนมีฟูกเก่าๆ กับหมอนอีกหนึ่งใบจะได้ไม่ปวดหลังมากนัก ผมพูดในใจอย่างน้อยๆ เราก็มีที่นอนแล้วหล่ะ อยากบอกว่าตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่า ซอยนวลจัทร์ มันอยู่ส่วนไหนของกรุงเทพ ผมบอกเพือนว่าพรุ่งนี้ผมต้องไปทำงาน ที่ทำงานผมอยู่เอ็มโพเรี่ยม สุขุมวิท 24 ต้องไปยังไง เพื่อนบอกว่าอย่านั่งแท็กซี่เพราะว่ามันแพง (จริงๆ ไม่ต้องบอกผมก็คงไม่นั่ง เพราะตังค์ไม่มี) ทีนี้เพื่อนก็จดชื่อ สายรถเมล์และวิธีไปให้ผม ตอนแรกแทบเป็นลมทำไมมันถึงต่อรถหลายตอนแบบนี้ คุณฟังดีๆนะครับ เพื่อนบอกให้นั่งวินไปลงหน้าปากซอย หลังจากนั้นให้จำสายรถเมล์ไปลงหน้าตะวันนาหรือ เดอะมอลล์ปางกะปิ แล้วต่อรถจากตรงนั้นผ่านสายลาดพร้าวทั้งสาย(ซึ่งก้รู้ว่ารถติดมากมายแค่ไหน )ไปลงที่สถานีรถไฟหมอชิต แล้วต่อรถไฟฟ้าไปลงพร้อมพงษ์ ซึ่งผมใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดสี่ชั่วโมงในการเดินทางขาไปคุณคงนึกสถาพออกว่าพอมาถึงที่ทำงานผมก็หมดแรงแล้ว ผมทำได้แค่บอกกับตัวเองตอนนั้นว่าชีวิตคนเมืองกรุงคงต้องเป็นแบบนี้แหละมั้ง มาถึงขากลับบ้าง ผมเลิกงานตอนห้าทุ่ม แล้วต้องวิ่งมาขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อจะไปลงที่สถานีหมอชิต แล้วต่อจากสถานีหมอชิตไปลงหน้าแฮปปี้แลนด์ อันนี้ไม่มีปัญหาจะเหนี่อยแค่ไหนก็ต้องอดทน ปํญหามันอยู่ที่ว่าพอมาถึงตรงนี้รถเมล์สายที่จะผ่านไปหน้าปากซอยนวลจัทร์มันจะหมดตอนเที่ยงคืนและจะมาอีกครั้งตอนตีห้า เพราะฉนั้นผมต้องนั่งอยู่ที่ป้ายนี้จนถึงตีห้าถึงจะได้กลับไปนอน ผมถามกับตัวเองว่าผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วหรือคำตอบคือไม่มี ผมต้องนั่งตากยุงอยู่แบบนี้ทุกคืนหนึ่งเดือนเต็มๆ พร้อมกับภาวะการเงินที่ร่อยหรอลงไปทุกวัน ๆ จนถึงสิ้นเดือนผมมีหนึ่งข่าวดีและหนึ่งข่าวร้าย ข่าวดีก่อนดีกว่าเพราะหลายคนย่อมให้เรื่องดีๆ มาก่อนเรื่องร้ายๆเสมอ ข่าวดีคือมีเพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งบอกว่าให้ผมลองนั่งรถเมล์สาย เจ็ดสิบเอ็ดดู มันจะมีทั้งคืนและผ่านหน้าปากซอยนวลจัทร์เลยต่อเดียว ต้องบอกว่าเพื่อนคนนั้นเหมือนประทานแสงสว่างให้กับผมเพราะผมเพิ่งรู้ว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่ผมทำก็คือ ผมนั่งรถอ้อมโลก อยู่หนึ่งเดือนเต็มๆ นั้นคือข่าวดี ส่วนข่าวร้ายคือผมนึกว่าผมจะได้เงินเดือนหลังสิ้นเดือน แต่จริงๆแล้วเงินเดือนของที่นี่เขาตัดทุกวันที่สิบห้า นั้นหมายถึงผมจะไม่ได้เงินเดือนเดือนนี้ เพราะมันจะทบไปอีกเดือน คุณพอจะนึกภาพออกใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม โชคร้ายแค่นี้ยังไม่พอ เพื่อนผมกลับค้างค่าห้องโดยที่ผมไม่รู้ปล่อยให้เจ้าของห้องมาล็อคห้องที่ผมอยู่ เพื่อนผมหนีไป พร้อมเงินมัดจำที่ผมให้ไว้สุดท้ายก็แค่เรื่องโกหก ตอนนั้นผมมึนตื้อไปหมด ทำไมเพื่อนทำกับเราแบบนี้ ไม่มีเงิน ไม่มีที่นอน ผมพูดได้แค่คำเดียวว่า “ทำไมชีวิตมันถึง บัดซบแบบนี้” แล้วผมจะมาเล่าให้ฟัง…..
Comments (44)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://djboy955.spaces.live.com/blog/cns!B89875B1AEDF9604!296.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|