| Dj-Boy955's profiledjboy955PhotosBlogLists | Help |
|
October 11 ป้ายนี้มีชีวิต กับพรมลิขิตที่บัดซบ2(ตอนที่ 2) ห้องเช่า 207 ประมาณเก้าโมงเช้า ของวันหนึ่งผมจำไม่ได้ว่าวันที่เท่าไหร่กันแน่ ในขณะที่ผมกำลังนอนหลับอยู่บนฟูกเก่าๆ และในห้องแคบๆ ของห้องเช่าเพื่อนผม ด้วยความอ่อนล้า และเหนี่อยกับการเดินทางตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจริงๆ ผมก็เพิ่งจะได้นอนตอนประมาณเจ็ดโมงเช้านะ เพราะกว่าจะมาถึงห้องก็ปาเข้าไปหกโมงเช้า กว่าจะอาบน้ำและทำธุระส่วนเสร็จ มันทำให้ผมหลับไหลและฝันไปไกลเหมือนนอนอยู่บนที่นอนนุ่มๆ กับผ้าห่มอุ่นๆ ได้เหมือนกัน เพื่อนผมบอกว่าจะกลับบ้านเพราะมีธุระ จะไปสักสัปดาห์ฝากดูแลห้องแล้วก็ดูแลตัวเองด้วย ตอนแรกผมก็รู้สึกดีใจที่เพื่อนมันก็ห่วงใยเราเหมือนกัน แต่เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมคงต้องถอนคำพูดทันที ในขณะผมหลับลึกอย่างสบาย สักพักผมก็ได้ยินเสียงก็อกๆ แก็กๆ ตรงหน้าประตู ตอนแรกนึกว่าหูฝาด เหรอว่าเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาด หรือใครกวดขยะก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่นานเข้าเสียงมันเริ่มดัง เหมือนมีคนมาตอกตะปูตรงประตูห้อง ผมรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูดู “ อ้าว พี่ จะมาทำอะไรที่ห้องนี้อ่ะครับ” ผมถามไปด้วยความงงบนความงัวเงีย เพราะภาพที่ผมเห็นคือผู้ชายคนนึงกำลังถือค้อน และอุปกรณ์ช่างอีกสองสามอย่าง คำตอบที่ผมได้ยินคือ “ อ้าว ก็น้องค้างค่าห้องมาสามเดือนละ นี่เจ้าของห้องเขาให้มาล็อคห้องอ่ะ พี่ก็ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน” โอ้โห ผมได้ยินเท่านั้นแทบลมจะใส่ อาการง่วงนอนหายเป็นปริดทิ้ง ผมถามพี่ช่างคนนั้นว่า “นี่ถ้าผมไม่ลุกขึ้นมาเปิดประตู ผมคงต้องโดนขังอยู่ในห้องใช่ไหมครับ” ผู้ชายคนนั้นไม่ตอบ เหมือนไม่ได้สนใจคำถามของผมเสียด้วยซ้ำ แต่มันไม่ใช่ประเด็น ผมเลยถามต่อไปว่า “ เอางี้พี่ ผมควรจะติดต่อใครอ่ะครับ ห้องนี้เป็นห้องเพื่อนผม ไม่ใช่ห้องผม และผมก็ไม่รู้ว่ามันค้างค่าห้องด้วย” ผมพยามอธิบาย แต่ผมก็รู้ว่าถึงอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรทั้งสิ้นแน่นอนอธิบายไปก็เสียเวลาเปล่า เค้าบอกให้ผมไปติดต่อเจ้าของห้องข้างล่าง ผมเลยบอกได้ แต่พี่อย่าล้อคห้องผมก่อนนะ ผมรีบเข้าไปล้างหน้าล้างตา เรียกสติคืนมานิดหน่อย แต่จริงๆ ก็มืดแปดด้านเหมือนกัน เหตุผลใหญ่คือตอนนั้นไม่มีเงินจริงๆ แค่ค่ารถ ค่ากินยังไม่มีเลย นี่ถ้าจะต้องมาจ่ายค่าห้องอีกแล้วจะทำไงกันดีนี่ ผมคิดในใจ อย่างน้อยๆ ก็ภาวนาขอให้เจ้าของห้องใจดี พอจะต่อรองอะไรได้บ้างเถอะ หรือให้อยู่อีกสักสิบห้าวันรอเงินเดือนออกก็ยังดี ผมเดินลงไปชั้นล่างสุดของตึกห้องเช่า พร้อมหัวใจที่สับสน ปนตื่นเต้นเล็กน้อย ทันใดนั้นก็หันไปเห็นหญิงวัยกลางคน กำลังนั่งเช็คบัชญีหรืออะไรสักอย่างท่าทางเคร่งครึม ดูจากลักษณะภายนอกก็บอกได้เลยว่านี่แหละคือเจ้าของห้องเช่าที่นี้ แต่เพื่อความแน่ใจผมตรงเข้าไปถามว่า “ พี่ครับ พี่เป็นเจ้าของห้องเช่าที่นี้หรือครับ” เธอขยับแว่นตาเล็กน้อยแล้วชำเลืองตาขึ้นมามอง ผ่านแว่นสายตาหนาเตอะ “ ใช่ ทำไม เหรอ” เธอตอบน้ำเสียงราบเรียบ “ คือ ..ผมมาพักกับเพื่อนที่ห้อง 207 อะครับ แต่เพื่อนผมมันกลับบ้านไปแล้ว เค้าบอกมันค้างค่าเช่า แล้วมีคนจะมาล็อคห้องผมอ่ะครับ” ผมตอบไปเท่าที่พอจะบอกเหตุผลได้ หวังคำตอบที่พอจะทำให้รู้สึกดีบ้าง “ อ้อ ห้องนี่นี่เอง ฉันเป็นคนใช้ให้ช่างไปล็อคประตูเองแหละ” เธอตอบพร้อมยิ้มมุมปาก “ แต่มันไม่ใช่ห้องผมนะ ผมแค่มาอาศัยชั่วคราว และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าเพื่อนผมมันค้างค่าห้องอยู่” ผมพยายามอธิบาย ผู้หญิงคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่งพร้อมเช็คบัชชีแล้วหันมาบอกว่า “ ถ้าจะไม่ให้ล็อคห้อง ก็เอามาเงินมาจ่ายสะ ใครจะอยู่ใครจะไม่อยู่ ไม่สนใจ เพราะที่นี้ไม่ใช่วัด จะมาอยู่มานอนฟรีๆ ได้ไง ถ้าไม่มีก็ขนของออกไปสะ” ได้ยินเท่านั้น ทำเอาผมชาไปทั้งตัว หมดหนทางอธิบายเพื่อขอความเมตตา ผมหมดคำถามแล้วแต่ก็ยังจะถามต่อไปว่า “งั้นผมต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ อะครับ” คำตอบที่ได้ยินคือ “ ค้างมาสามเดือน เดือนละสามพันบาท บวกค่า จ่ายช้า ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมแล้ว 12000 บาท จะจ่ายตอนนี้เลยหรือเปล่าละ ถ้าไม่จ่ายก็ย้ายออกไป ให้เวลาถึงเที่ยงนะ ไม่งั้นจะให้ช่างไปล็อคห้อง” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างช้าๆ แล้วบอกตัวเองว่าตอนนี้เงินในกระเป๋ามีไม่ถึงห้าร้อย แล้วจะต้องมาจ่ายเงินเป็นหมืนภายในเที่ยงนี้นี่นะ ทำไมมันซวยบัดซบแบบนี้ว่ะ ผมค่อยๆเดินกลับไปที่ห้องเหมือนร่างไร้วิญญาณ มึนตื้อไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไร ดูเหมือนระยะทางจากข้างล่างไปชั้นสองมันจะไกลเหลือเกิน ผมวูบคิดถึงย่าผมที่บ้านขึ้นมา อยากโทรไปหา อยากร้องไห้กับย่าดังๆ แต่ผมจะทำได้อย่างไร ในเมื่อทุกครั้งที่ผมบอกย่าคือ ผมสบายดีนะ ย่าไม่ต้องห่วง และเสียงที่ได้ยินกลับมาคือ ดูแลตัวเองนะลูก ผมถอนหายใจยาว ค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ในห้องเช่าเล็กๆ ที่ตอนนี้ผมคงอยู่ที่นี่ได้ไม่เกินเที่ยงวัน ผมคิดอะไรไม่ออก เลยหยิบกระเป๋าใบเดิมที่ใส่ของมาจากพัทยา ค่อยๆ เก็บเสื่อผ้าและของใช้บางอย่างเท่าที่จำเป็นลงในกระเป๋า แล้วหยิบเงินที่เหลือขึ้นมานับ ไม่พลาดแม้กระทั่งเศษเหรียญสักแดง ผมจำได้ว่าตัวเลขที่เป็นผลลัพธ์คือ สี่ร้อยหกสิบห้าบาท คงพอประทังชีวิตไปได้สักสี่ห้าวัน แต่คืนนี้ผมจะนอนที่ไหน ผมถามตัวเอง และไม่มีคำตอบให้ตัวเองด้วย ช่างมันเถอะผมบอกตัวเองอีกครั้ง จัดแจงอาบน้ำแต่งตัวแล้วหยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นบ่า ค่อยๆ เดินออกไป ผมไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรไว้ให้เพื่อนเลย เพราะเพื่อนผมทิ้งความขมขื่นในใจให้ผมอย่างหาคำบรรยายไม่ได้จริงๆ ผมหันมามองห้องเช่าอีกครั้ง จำได้ขึ้นใจ ห้อง 207 แล้วผมก็รีบเดินออกไปจากห้องพักอย่างรวดเร็ว ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก ทั้งๆที่คืนนี้จุดสิ้นสุดของผมจะไปสิ้นสุดอยู่ที่ไหน ผมยังไม่รู้เลย ……แต่ถ้าคุณรู้คุณคงสมเพสผมหน้าดูแล้วผมจะมาเล่าให้ฟัง Comments (24)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://djboy955.spaces.live.com/blog/cns!B89875B1AEDF9604!351.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|